วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2552

พระเครื่อง คือ อะไร? บูชาพระเครื่อง เป็นเรื่องงมงาย หรือไม่?

พระเครื่อง คือ อะไร? บูชาพระเครื่อง เป็นเรื่องงมงาย หรือไม่? พระเครื่อง มีมาสมัยใด?

พระเครื่อง หรือ “พระพิมพ์ “ นั้นจริงๆ แล้วเกิด ขึ้นมา ประมาณ 1000 กว่าปี ร่วม 2000 ปีแล้ว พระเครื่ององค์แรกๆ นั้น จะเป็น “พระกริ่ง” หรือ พระไภสัชยคุรุ หรือ พระพุทธเจ้าหมอ นั้นเอง

แต่ในประเทศไทยนั้นเริ่มนิยม พระเครื่องกัน ในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยมีการนำพระเครื่องมาแขวนคอ หรือห้อยคอ พกติดตัวกันแล้ว ในปัจจุบัน คนไทย นิยมพระเครื่องกันมาก และสร้างพระเครื่องกันมากเช่นกัน สำหรับผม มองพระเครื่อง ไม่ใช่เรื่องงมงาย ไร้สาระ เพราะอะไรนั้น จะได้กล่าวดังต่อไปนี้

เราสร้างและมี(สะสม)พระเครื่อง เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข ดังต่อไปนี้

1. สร้างพระเครื่อง เพื่อเป็นที่ ระลึก ในกับผู้บริจากทรัพย์ หรือ สมทบทุนฯ ในโอกาสต่าง เช่น สร้างโบถส์ สร้างวิหาร สร้างสิ่งก่อสร้างที่เป็น สาธารณูปโภค ต่างๆ ช่วยเหลือผู้ประสพภัยต่างเป็นต้น ทั้งนี้และทั้งนั้น เพื่อให้ผู้บริจากฯ ได้สามารถจับต้อง และระลึก ถึง ผลบุญ ที่ทำในครั้งนั้นได้

2. สร้างพระเครื่อง เพื่อให้เป็นขวัญ และกำลังใจ ในการทำงาน ในการประกอบอาชีพที่สุจริต เช่น ตำรวจ ทหาร อาชีพที่ต้องเสี่ยงภัยต่างๆ ไม่เว้น แม้การเสี่ยงขาดทุน จากการลงทุนในธุรกิจต่างๆ

**** จาก ทั้ง 2 ข้อ จะเห็นว่า พระเครื่องมีไว้ ยึดเหนี่ยวจิตใจ จริงๆ

3. สร้างพระเครื่อง ไว้เพื่อสืบทอด พระพุทธศาสนา การสร้างพระเครื่องในลัษณะนี้ มีมานานมากร่วม 1000 ปี ก่อนหน้านี้แล้ว โดยการสร้างพระเครื่องจำนวนหนึ่ง(ส่วนใหญ่เป็น เลขมงคล) เช่น 84000 องค์ แล้วนำพระเครื่อง หรือ พระพิมพ์ นั้นไปบรรจุไว้ ในเจดีย์ หรือ ใต้ฐานพระพุทธรูปบูชาองค์ใหญ่ หรือ ใต้หลังคาอุโบสถ แล้วปล่อยไวอย่างนั้น เมื่อระยะเวลาผ่านไป นานๆ หลายสิบปี หรือ หลายร้อยปี แล้วเกิดเหตุ ให้เจดีย์แตก (กุแตก) หรือ มีการเคลื่อนย้ายพระพุทธรูปบูชาองค์ใหญ่ หรือ โบสถ์เก่าชำรุดสุดโทรมเสียหาย เมื่อมีผู้คนมาพบเจอ พระเครื่อง ที่เก็บไว้นั้น อย่างน้อยๆ ก็ต้องนำไปศึกษา หาที่มาที่ไป และเห็น คุณค่า ว่าเป็นของเก่า ของโบราณ ทำให้ผู้นั้นต้องรู้พระศาสนาต่อไปอีก

จากผล ของทั้ง 3 ข้อ นั้นทำให้ปัจจุบัน มีการ เสาะแสวงหาพระเครื่อง เก่า และพระเครื่องที่มีเจตนาการสร้างที่ดี มาครอบครองกัน ทำไม!!! ต้องหามาครอบครองกันด้วย ทั้งๆ ที่พระเครื่องบางองค์ แพงมาก ราคาเช่าหาบูชาระดับ 10 ล้านบาท ในความคิดของผมสาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า

1. พระเกจิอาจารย์ ผู้สร้างพระเครื่องนั้นๆ ท่านเก่ง เป็นพระผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ท่านได้มรณะภาพ(เสียชีวิต)ไป กว่า 100-600 ปี แล้ว และพระเครื่องคือส่วนหนึ่งเพื่อให้ ระลึกถึงท่าน

2. การสร้างโบสถ์ สร้างวิหาร สร้างสิ่งก่อสร้างที่เป็น สาธารณูปโภค ต่างๆ รวมทั้งช่วยเหลือผู้ประสพภัยต่างๆ นั้น ใช่ว่าจะทำหรือเกิดขึ้นกันได้ บ่อยๆ ครับ โบสถ์ วิหาร และสร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆ ในแต่ละวัดแต่ละที่ ใช่ว่าจะพังทรุดโทรมกัน ง่ายๆ อย่างน้อยๆ ก็กินเวลา 80-200 ปี กันเลยที่เดียว

3. ถ้ารักชอบ พระเกจิอาจารย์ ท่านใด ก็เก็บของที่ท่านสร้างไว้เป็นที่ระลึก เมื่อท่านมรณะภาพ ไปแล้ว ของที่ระลึกนั้นๆ ก็เป็นตัวแทนท่าน (จะไม่ยอมให้ซื้อ-ขาย หรือเช่าบูชา กันในราคาถูกๆ เป็นแน่ ) หากหายหรือไม่มีแล้ว ก็เหมือนลืมท่าน (เป็นลูกศิษย์ ซะเปล่า! สมบัติชิ้น้ล็กๆ ที่พระอาจารย์ให้ไว้ยังรักษาไม่ได้ ว่างั้น!!!!)

สรุปก็คือ พระเครื่องมีไว้เพื่อความ ความสบายใจ เพื่อระลึกถึงสิ่งดีๆ ของตนที่ได้กระทำไว้ นั้นเอง ไม่เห็นว่าจะ งมงาย หรือ ไร้สาระเลย

สนใจบูชาพระเครื่อง ตามลิ้งค์นี้ครับ -------->>>> http://www.itti-patihan.com/

แหล่งข้อมูลจาก http://www.itti-patihan.com/พระเครื่อง-คืออะไร-เช่าพระเครื่อง-บูชาพระเครื่อง-เป็นเรื่องงมงายหรือไม่.html

วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

คาถาพระธรรมราช (คาถาพระธรรมราชา)

คาถาพระธรรมราช (คาถาพระธรรมราชา)

พุทธัง สรณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ
สังฆัง สรณัง คัจฉามิ
ทะ ทะ ทะ โร โร โร อะ อะ อะ
สะ สะ สะ โส โส โส โณ โณ โณ
นะโมพุทธายะ

อานุภาพ คาถาพระธรรมราช หรือ คาถาพระธรรมราชา

ภาวนาชักลูกประคำด้วยคาถาพระธรรมราช 108 จบ ก่อนนอน แล้ว เอาประคำไว้หัวนอน จะเกิดนิมิตดี ไม่ฝันร้ายกันผี กันโจร กันไฟ ครูอาจารย์ และเทวดาจะบันดาลให้รู้เหตุร้ายล่วงหน้า โจรหากจะเข้ามาจะเห็นคนเดินรอบเป็นเหมือนหุ่นพยนต์ (หุ่นที่เสกด้วยอาคม ใช้ป้องกันภัย) ตื่น นอน ให้ภาวนาชักลูกประคำอีก 108 จบ อาจารย์ชุม ท่านกล่าวว่าจะเป็นผู้เจริญด้วยลาภ ยศ ทำมาค้าขึ้น มีอานุภาพให้กิจการที่ติดขัดอยู่สำเร็จ และทำให้อายุยืน ภาวนา ชักลูกประคำ 108 จบ แล้วเอาลูกประคำใส่ลงในน้ำ เอาน้ำนั้นมาล้างหน้าเป็นเมตตามหานิยม ถ้าเอาน้ำนั้นมากินจะเป็นคงกระพันชาตรี ถ้าเอาไปอาบจะเป็นการสะเดาะห์เคราะห์ ทำให้โชคร้าย กลายเป็นดี มีสติปัญญา มีวาสนา มีความเจริญก้าวหน้า ถ้า หากไปนอนในป่า ในถ้ำ ก่อนนอนให้

ภาวนาชักลูกประคำ 108 จบ แล้วค่อยนอนเทวดาจะมาคุ้มครองรักษา จะมาบอกลาภให้ ถ้าหลงทางก็จะพบทางออก ถ้าอดข้าวก็จะพบบ้านคน ชัก ลูกประคำ 108 จบ แล้วนำลูกประคำติดตัวไป ป้องกันศาสตราวุธ กันอุบัติเหตุ กันสัตว์ร้าย กันคนร้าย กำบังผู้คิดร้ายต่อเราหรือศัตรู จะทำให้ศัตรูเห็นเราเป็นหลายคน ก่อน ออกปราบโจรผู้ร้าย หรือไปรบทัพจับศึก หรือไปในสถานที่ที่ไม่ปลอดภัยให้ตั้งใจภาวนาชักประคำ 108 จบ แล้วเอาลูกประคำสวมคอไป กระสุนปืน วัตถุระเบิดใดๆ ไม่สามารถถูกกายเราเลย หรือหากถูกศัตรูห้อมล้อมไว้ ภาวนาคาถาพระธรรมราชเดินแหวกวงล้อมไป ศัตรูทำร้ายมิได้เลย หากถูกจับก็ให้ภาวนาสะเดาะเครื่องพันธนาการได้ทุกชนิด

ถ้าจะให้ลูกหลานหรือบุคคลอื่นเป็นคงกระพันก็ให้ภาวนาชักลูกประคำ 108 จบ แล้วเอาลูกประคำใส่ลงในน้ำ เสก ต่ออีก 108 จบ เอาน้ำนั้นให้กิน เป็นคงกระพันทุกคน ถ้าเอาน้ำอาบก็เป็นการสะเดาะเคราะห์ให้เคราะห์หมดไปได้เป็นอย่างดี หรืออธิษฐานให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บก็ได้สุดแต่จะตั้งความปรารถนา ก่อนจะกระทำทุกครั้งให้ระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย หลวงปู่คง วัดตาลจังหวัดสุพรรณบุรี และอาจารย์ชุม ไชยคีรี หาก จะให้บังเกิดผลโดยเร็วให้สวดด้วยจิตใจที่มั่นคงเป็นสมาธิ

ที่มาจาก http://www.itti-patihan.com/คาถาพระธรรมราช-คาถาพระธรรมราชา.html

คาถาบูชาพระพรหม

คาถาบูชาพระพรหม

โอมปะระเมสะนะมัสการัม (ขอนอบน้อมนมัสการแด่ องค์พรหมผู้เป็นอธิบดีโลก)
องการะนิสสะวะ รัง พรหมเวสสะยัม ภูปัสสะวะวิษณุ ไวยะทานะโมโทติลูปัมทะระมา ยิกยานัง ยะไวยะลา คะมุลัม สะทา นันตะระ วิมุสะตินัน นะมัตเต นะมัตตะเรจะ อะการัง ตโถวาจะ เอตามาตาระยัต ตะมัน ตะรามา กัตถะนารัมลา จะสะระวะปะติตัม สัมโภพะกลโล ทิวะทิยัม มะตัมยะ

คาถาบูชาพระพรหม : การบูชาพระพรหม นั้นจะให้ผลคือ เป็นที่เมตตา เป็นที่รักใคร่ นิยมชมชอบของคนทั่วไป ใครเห็นใครรักไม่รู้เลือนหาย ไปแห่งหนใดมีแต่มิตร ไม่มีศัตรู